简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ราคาน้ำมันพุ่งหลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
บทคัดย่อ:ราคาน้ำมันปรับขึ้นแรงในวันพุธ เนื่องจากสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารใส่อิหร่านอีกครั้งหลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นเกือบ 3% สู่ $72.50 ต

ราคาน้ำมันปรับขึ้นแรงในวันพุธ เนื่องจากสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารใส่อิหร่านอีกครั้งหลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นเกือบ 3% สู่ $72.50 ต่อบาร์เรล ด้านน้ำมันดิบเบรนท์ก็พุ่งขึ้นเช่นกันไปที่ประมาณ $76.20 ต่อบาร์เรล
ขณะนี้ตลาดได้กังวลขึ้นว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หวนกลับมาอีกครั้งอาจทำให้ราคาน้ำมันต้องอยู่ในระดับสูง พร้มดันให้เงินเฟ้อยิ่งเป็นปัญหาหนักขึ้น รวมถึงผลักดันให้ Fed ต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ความกังวลทั้งหมดนี้ยังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินทิศทางเงินเฟ้อใหม่ทั้งหมด
ด้านหุ้นสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในวันพุธตามนักลงทุนที่ต้องประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นใหม่ก่อนที่รายงานการประชุมของ Fed ในเดือนมิถุนายนจะเผยออกมา โดยดัชนี Dow Jones ปรับลงเล็กน้อย ส่วน S&P 500 อยู่ในช่วงทรงตัว และ Nasdaq 100 ขยับขึ้นเล็กน้อย
ด้านตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงเป็นส่วนใหญ่ นำมาโดยเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญ่ต่างโชว์ผลงานได้ดีกว่าแทน
สำหรับการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นักลงทุนได้ทยอยลดการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี และ AI ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง ขณะที่ Dow Jones ก็อ่อนตัวลงเช่นกันหลังทุบสถิติสูงสุดระหว่างวันครั้งใหม่
ขณะนี้นักลงทุนยังต้องจับตารายงานการประชุม FOMC อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นข้อมูลที่บอกถึงนโยบายการเงินของ Fed ในระยะต่อไป หลังคณะกรรมการมีมติรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมครั้งล่าสุด แต่ก็ได้ส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก หากอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
ด้านทองคำปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ โดยฟื้นตัวกลับมาเหนือ $4,100 อีกครั้งหลังร่วงติดกัน 2 วัน เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐชะลอการแข็งค่าลง
ขณะนี้ได้มีการคาดการณ์ว่า Fed จะยังรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงขึ้นและนานขึ้น โดยนักลงทุนให้โอกาสมากกว่า 80% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% อีกครั้งภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นยังคงดันให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อ ส่งผลให้ทองคำยังปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก แม้ราคาจะฟื้นตัวได้ก็ตาม
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
AVATRADE
EBC FINANCIAL GROUP
Exness
FXTM
TMGM
D prime
AVATRADE
EBC FINANCIAL GROUP
Exness
FXTM
TMGM
D prime
